ผู้รับเหมา ที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ของบริษัทหรือโรงงานต้องให้ความสำคัญกับ ความปลอดภัยในการทำงาน เนื่องจากอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้หากไม่มีการเตรียมความพร้อมที่ดีพอ ดังนั้น การตรวจสอบความพร้อมของผู้รับเหมาจึงเป็น ขั้นตอนสำคัญในการลดความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น ความเสียหายของทรัพย์สิน หรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การวางแผนและดำเนินการอย่างเป็นระบบจะช่วยให้การทำงานเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

ตรวจสอบ Work Permit
ใบอนุญาตเข้าทำงานได้รับอนุมัติแล้วหรือไม่?

ภาพที่ 1 : ใบอนุญาตเข้าทำงาน

Work Permit หรือใบอนุญาตเข้าทำงาน เป็นเอกสารสำคัญที่ช่วยให้มั่นใจได้ว่า งานที่ผู้รับเหมาจะดำเนินการนั้นได้รับการอนุมัติอย่างถูกต้อง และเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยของสถานที่ทำงาน

สิ่งที่ต้องตรวจสอบใน Work Permit

  • ประเภทของงานที่ต้องทำ – งานมีความเสี่ยงระดับใด และต้องใช้มาตรการป้องกันใดบ้าง
  • พื้นที่ทำงาน – ได้รับอนุญาตให้เข้าทำงานในโซนไหน และมีข้อจำกัดอะไรบ้าง
  • ระยะเวลาการทำงาน – ระบุวันที่เริ่มและสิ้นสุดชัดเจน เพื่อป้องกันการทำงานนอกเวลาโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • บุคคลที่รับผิดชอบ – ต้องมีผู้ควบคุมงานที่ได้รับมอบหมายเพื่อตรวจสอบความปลอดภัยตลอดการทำงาน

ตรวจสอบ License
ใบอนุญาตของผู้รับเหมาสำหรับงานที่มีความเสี่ยงสูง

ภาพที่ 2 : ใบอนุญาตทำงานความเสี่ยง ผู้รับเหมา

นอกจาก Work Permit แล้ว ในบางประเภทงานที่มีความเสี่ยงสูง ผู้รับเหมาจะต้องมี License หรือใบอนุญาตทำงาน เพื่อยืนยันว่า มีทักษะและผ่านมาตรฐานความปลอดภัยตามกฎหมาย

งานที่ต้องใช้ License หรือใบอนุญาตเฉพาะทาง

  • งานไฟฟ้าแรงสูง– ต้องมี ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรม (กว.) หรือ ใบรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • งานเชื่อมโลหะและตัดโลหะ – ต้องมี ใบอนุญาตเชื่อมโลหะ (Welding Certificate)
  • งานเครนและปั้นจั่น – ต้องมี ใบอนุญาตผู้ควบคุมปั้นจั่น ตามกฎกระทรวง
  • งานที่สูง – ต้องผ่านการอบรม การทำงานบนที่สูง (Working at Height Training)
  • งานสารเคมีอันตราย – ต้องมี ใบอนุญาตขับเคลื่อนและจัดการสารเคมีอันตราย
  • งานในพื้นที่อับอากาศ – ต้องมี ใบรับรองการฝึกอบรมการทำงานในที่อับอากาศ

การทำ JSA/JEA
วิเคราะห์ความเสี่ยงก่อนเริ่มงาน

ภาพที่ 3 : JSA / JEA

JSA (Job Safety Analysis) และ JEA (Job Environmental Analysis) เป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้การทำงานปลอดภัยขึ้น โดย ประเมินความเสี่ยงและผลกระทบ ที่อาจเกิดขึ้นจากงานที่ต้องทำ

JSA (Job Safety Analysis) – วิเคราะห์ความเสี่ยงในการทำงาน

เป็นการแยกงานออกเป็นขั้นตอนย่อยๆ และระบุอันตรายที่อาจเกิดขึ้น พร้อมกำหนดมาตรการควบคุม เช่น

  • งานเชื่อมโลหะ  – ต้องมีม่านกันสะเก็ดไฟและถังดับเพลิงเตรียมพร้อม
  • งานบนที่สูง  – ต้องมีเข็มขัดนิรภัยและตรวจสอบโครงสร้างรองรับน้ำหนัก
  • งานไฟฟ้า  – ต้องมีมาตรการ LOTO (Lockout/Tagout) ปิดแหล่งพลังงานก่อนเริ่มงาน

JEA (Job Environmental Analysis) – วิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ใช้สำหรับงานที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น

  • งานที่ใช้สารเคมี  – ต้องมีระบบระบายอากาศและอุปกรณ์ป้องกันสารเคมีรั่วไหล
  • งานขุดเจาะ  – ต้องมีมาตรการควบคุมฝุ่นและเสียงรบกวน
  • งานที่ก่อให้เกิดของเสีย  – ต้องมีการจัดเก็บและกำจัดของเสียอย่างถูกต้อง

ตรวจสอบการอบรมความปลอดภัย
ผู้รับเหมาได้รับการฝึกอบรมหรือยัง?

ภาพที่ 4 : การฝึกอบรม

ก่อนเริ่มงาน ควรตรวจสอบว่าผู้รับเหมา ผ่านการอบรมความปลอดภัยที่เหมาะสมกับงานที่ต้องทำหรือไม่ เช่น

อบรมความปลอดภัยพื้นฐาน

  • กฎระเบียบด้านความปลอดภัยของสถานที่ทำงาน
  • วิธีใช้อุปกรณ์ PPE และอุปกรณ์ป้องกันอันตราย
  • ขั้นตอนการปฏิบัติในกรณีฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้ หรือสารเคมีรั่วไหล

อบรมเฉพาะทางสำหรับงานที่มีความเสี่ยงสูง

  • งานที่สูง – ต้องมีการฝึกอบรมการใช้เข็มขัดนิรภัยและเชือกกันตก
  • งานในพื้นที่อับอากาศ – ต้องรู้จักการใช้เครื่องช่วยหายใจ และตรวจสอบก๊าซอันตราย
  • งานเกี่ยวกับไฟฟ้า – ต้องรู้จักมาตรการป้องกันไฟฟ้าช็อตและ LOTO

ตรวจสอบ PPE
อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลพร้อมใช้งานหรือไม่?

ภาพที่ 5 : อุปกรณ์ความปลอดภัยส่วนบุคคล

PPE (Personal Protective Equipment) เป็นสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุระหว่างทำงาน ควรตรวจสอบว่า

PPE อยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีรอยขาดหรือเสื่อมสภาพ
PPE เหมาะสมกับลักษณะงาน เช่น

  • งานเชื่อม  – ใช้หน้ากากป้องกันแสงและถุงมือกันความร้อน
  • งานสารเคมี  – ใช้หน้ากากกันสารเคมีและถุงมือกันกรด
  • งานบนที่สูง  – ใช้เข็มขัดนิรภัยและเชือกกันตก

มีมาตรการฉุกเฉิน
และช่องทางติดต่อในกรณีเกิดเหตุหรือไม่
?

ภาพที่ 6 : เตรียมพร้อมมาตรการฉุกเฉิน

แม้จะมีมาตรการป้องกันที่ดี แต่อุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้ จึงต้องมีแผนฉุกเฉินที่ชัดเจน เช่น

  • จุดรวมพลในกรณีฉุกเฉิน – มีป้ายบอกตำแหน่งชัดเจน
  • เบอร์ฉุกเฉินของสถานที่ทำงาน – ติดไว้ในบริเวณที่มองเห็นง่าย
  • ทีมปฐมพยาบาลและอุปกรณ์ช่วยเหลือ – มีชุดปฐมพยาบาลและอุปกรณ์กู้ภัยพร้อมใช้งาน

Jorpor Plus
ระบบจัดการความปลอดภัย

ภาพที่ 7 : ระบบจัดการใบอนุญาตเข้าทำงาน

ภาพที่ 8 : มาตรฐานที่รองรับ

ภาพที่ 9 : ลูกค้าที่เลือกใช้

การตรวจสอบก่อนให้ผู้รับเหมาเริ่มงานเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ซึ่งสามารถจัดการได้ครบวงจรผ่าน ระบบจัดการใบอนุญาตเข้าทำงาน (EWS) ออนไลน์ ของ Jorpor Plus ดังนี้

  • เปิด Work Permit ออนไลน์ – อนุมัติใบอนุญาตเข้าทำงานได้รวดเร็วและตรวจสอบสถานะได้แบบเรียลไทม์
  • บันทึก License หรือใบอนุญาตเฉพาะทางของผู้รับเหมา – รองรับงานที่มีความเสี่ยงสูง เช่น งานไฟฟ้า, งานปั้นจั่น, งานสารเคมี
  • กรอกข้อมูล JSA/JEA – วิเคราะห์ความเสี่ยงและระบุมาตรการป้องกันภายในระบบในขั้นตอนเปิดใบงาน
  • อบรมและทำข้อสอบความปลอดภัยออนไลน์ – ผู้รับเหมาสามารถอบรมและทดสอบความเข้าใจก่อนเข้าทำงาน
  • กรอกข้อมูล PPE ที่ใช้ในงาน – ระบบช่วยบันทึกข้อมูลอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลของผู้รับเหมาเพื่อตรวจสอบก่อนเข้าพื้นที่
  • ระบุช่องทางติดต่อกรณีฉุกเฉิน – กรอกข้อมูลผู้รับผิดชอบและมาตรการฉุกเฉินในใบงาน เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้รวดเร็ว

Jorpor Plus ช่วยให้การจัดการความปลอดภัยเป็นระบบ ลดข้อผิดพลาด และเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมงานของผู้รับเหมา มีทดลองให้ใช้ฟรีแล้ว  กดคลิก ได้เลย

ให้คำปรึกษาฟรี!!!

คุณชัญญา เพชรมณีโชติ (แนน
chunya@factorium.tech
061-546961

คุณนรีพร ใสสม (ส้มโอ
Nareeporn@factorium.tech
065-9647198

Website: https://www.jorporplus.com/
Facebook: https://www.facebook.com/JorPorPlus
Line Official : https://lin.ee/dOulra8
Youtube: https://www.youtube.com/playlist?list=PL0b92T8M8rKX1jrpbfpBgozl6Dk3y-nu8